Staff only
HomeCompany Profilepromotioninstitutions listNews & EventContact us
i-fundCourses OfferTipsWebboardCurrent Student InformationTestimonial
Press ReleaseCorporate Culture & Brand InformationServices
 
:: ::

>>ประเทศออสเตรเลีย มีชื่อทางการว่า สหพันธรัฐออสเตรเลีย มีพื้นที่ 7,682,300 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 18.75 ล้านคน นับเป็นประเทศใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก แบ่งเป็น 6 รัฐและ 2 มณฑล

>>
ออสเตรเลียเป็นดินแดนที่มีหลายทัศนียภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยหาดทรายสีทองยาวเหยียด แนวหินปะการังที่อุดมไปด้วยชีวิตใต้น้ำมากมาย ป่าเขตร้อนเทือกเขาต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่กว้างใหญ่ของทุ่งหญ้า และทะเลทราย

>>
ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในทวีปที่เก่าแก่ที่สุด ทั้งยังเป็นประเทศที่กว้างใหญ่เทียบเท่ากับระยะทางจากกัวลาลัมเปอร์ถึงไทเป และความยาวเท่ากับจากสิงคโปร์ถึงมะนิลา นับว่าเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีพื้นที่ปกคลุมทวีปทั้งทวีป เนื่องจากสภาพที่ตั้งซึ่งอยู่โดดเดี่ยวระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค ออสเตรเลียจึงมีสัตว์และพืชหลายชนิดที่ไม่มีในดินแดนอื่น อีกทั้งพื้นที่โดยมากเป็นพื้นที่ราบมาเป็นเวลาช้านาน

 Australian Capital Territory - ACT

www.act.gov.au/
>>มณฑลนครหลวงออสเตรเลีย (ACT) เป็นมณฑลขนาดเล็ก อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ และใช้เวลาในการเดินทาง โดยรถยนต์ จากตัวเมืองซิดนีย์ ประมาณ 3 ชั่วโมง

>>เมืองแคนเบอร์รา(Canberra) อยู่ในเขตมณฑล ACT เป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นที่ตั้งของรัฐสภาของรัฐบาลกลางมีอาคารรัฐสภา ซึ่งตั้งอยู่บนแคปปิตัลฮิลล์ เป็นศูนย์กลางของเมือง ไม่ว่าจะมองจากที่ไหน

>>เมืองแคนเบอร์ราเป็นเมืองที่ทันสมัย และได้รับการวางผังเมืองเป็นระเบียบ ล้อมรอบทะเลสาบที่ขุดสร้างขึ้น
แคนเบอร์ราจะมีลักษณะอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนอากาศร้อนแห้ง ส่วนฤดูใบไม้ผลิอากาศอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 16-30 องศาเซลเซียส (60-86 องศาฟาเรนไฮท์) ฤดูร้อนอากาศร้อนแห้ง ส่วนฤดูใบไม้ผลิอากาศอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 16-30 องศาเซลเซียส (60-86 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูใบไม้ร่วงอากาศสบายๆและเย็น และฤดูหนาวฝนจะตก โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 7-15 องศาเซลเซียส (45-59 องศาฟาเรนไฮท์)
 รัฐนิวเซาธ์เวลส์ - เอ็นเอสดับบลิว (New South Wales - NSW)
>>นิวเซาธ์เวลส์อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ เป็นรัฐที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดและมีอุตสาหกรรมมากที่สุดในออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองหลวงของรัฐ ซึ่งเป็นนครเก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุด

>>เป็นศูนย์กลางด้านการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย ซิดนีย์เป็นเมืองที่ประกอบด้วยผู้คนจากทั่วมุมโลก ตั้งอยู่บนอ่าวที่สวยงามตระการตาซึ่งได้รับการเอ่ยถึงบ่อยๆว่าเป็นอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
>>ซิดนีย์มีชื่อในเรื่องชายหาดที่สวยงามในเมืองและการจัดงานเทศกาลต่างๆ ในปีพ.ศ. 2543 ซิดนีย์เป็นเจ้าภาพจัดงานการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค"ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา" เมืองอื่นๆในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ที่มีสถาบันการศึกษาตั้งอยู่ ได้แก่ อาร์มิเดล (Armidale) นิวคาสเซิล (Newcastle) และวูลล็องก็อง (Woollongong)

อากาศ - รัฐนิวเซาธ์เวลส์ตั้งอยู่ในเขตอากาศแบบกึ่ง เขตร้อนและเขตหนาว

ฤดูร้อน - ฤดูร้อนอากาศจะอบอุ่นถึงร้อนและค่อนข้าง ชื้น อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่18-26 องศาเซลเซียส (64-79 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว - ฤดูหนาวจะหนาวปานกลาง อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 7-18 องศาเซลเซียส (44-64 องศาฟาเรนไฮท์
  รัฐวิคตอเรีย - วิค (Victoria - Vic)

http://www.vic.gov.au/
>>รัฐวิคตอเรียตั้งอยู่ทางใต้ของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ เป็นรัฐที่เล็กที่สุดเป็นอันดับสองของออสเตรเลีย แต่มีประชากรหนาแน่นที่สุด มีประชากรอาศัยอยู่ในรัฐนี้คิดเป็นร้อยละ 26 ของชาวออสเตรเลียทั้งหมด

>>นครหลวงเมลเบิร์นแห่งรัฐวิคตอเรีย เป็นศูนย์กลางที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปวัฒนธรรม การเงิน
และการคมนาคมเนื่องจากมีท่าอากาศยานนานาชาติ ท่าเรือโดยสารและขนส่ง และทางรถ ไฟเชื่อมระหว่างรัฐใกล้เคียงต่างๆ

>>พื้นที่ประมาณร้อยละ 36 ของรัฐวิคตอเรียเป็นป่าไม้ แม่น้ำ Murray เป็นแม่น้ำที่มีความยาวที่สุดของรัฐ และมีทะเลสาบขนาดใหญ่หลายแห่ง

>>รัฐวิคตอเรียมีชายฝั่งที่ทอดยาวกว่า 1,600 กิโลเมตร เป็นแนวกั้นระหว่างมหาสมุทรทางตอนใต้ และช่องแคบ Bass รวมทั้งแยกระหว่างพื้นแผ่นดินใหญ่ของประเทศออสเตรเลีย และเกาะทัสเมเนีย

อากาศ – รัฐวิคทอเรียตั้งอยู่ในเขตอากาศแบบกึ่งเขตร้อนและเขตหนาว

ฤดูร้อน – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 13-25 องศาเซลเซียส (55-77 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 5-13 องศาเซลเซียส (41-55 องศาฟาเรนไฮท์)

 รัฐทัสเมเนีย - ทัส (Tasmania - Tas)
>>รัฐทัสเมเนีย เป็นเกาะทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย ล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็กๆ จำนวนหนึ่ง ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือ เกาะ King และ Flinders มีประชากรประมาณร้อยละสี่สิบของชาวทัสเมเนียนอาศัยอยู่ในเมืองโฮบาร์ต ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ

>>ภูเขา Wellington ตั้งอยู่สูงเด่นเหนือ เมืองอาณานิคมซึ่งได้รับการปฏิรูปสังขรณ์ใหม่ ประกอบไปด้วยตลาด ร้านค้าและคาเฟ่ต่างๆ
>>วัฒนธรรมและสถาปัตยากรรมในรัฐทัสเมเนียได้สะท้อนให้เห็นถึงมรดกตกทอดของความเป็นสหราชอาณาจักรในยุคก่อน ภูมิประเทศโดยมากจะเป็นภูเขา และการเดินป่าตลอดจนการสันทนาการกลางแจ้งจะเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมาก

อากาศ – รัฐทัสเมเนียตั้งอยู่ในเขตอากาศแบบกึ่งเขตร้อนและเขตหนาว / สภาพภูมิอากาศแบบชายฝั่งทะเล

ฤดูร้อน – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 11-21 องศาเซลเซียส (52-70 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 4-11 องศาเซลเซียส (39-52 องศาฟาเรนไฮท์)
  รัฐควีนสแลนด์ - คิวแอลดี (Queensland - QLD)

http://www.studyqueensland
.qld.edu.au/
>>รัฐควีนสแลนด์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง และมีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศ ประชากรกว่า 1 ใน 3 ของรัฐอาศัยอยู่ในเมืองบริสเบนซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ แหล่ง ทำกิจกรรมต่างๆมีศูนย์กลางบนฝั่งแม่น้ำบริสเบน เช่น ภัตตาคารริมน้ำ ตลาดต่างๆ สวนสาธารณะ และทางเดินริมแม่น้ำ

>>เกาะ Moreton เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีทะเลสาบ ชายหาดที่เงียบสงบ ห่างจากเมืองบริสเบนไปทางใต้ประมาณหนึ่งชั่วโมงจะเป็นแนวมหาสมุทรแปซิฟิคกว้างสุดสายตา พร้อมชายหาดที่มีคลื่นสูงซัดฝั่งและสถานที่ตากอากาศมากมาย หรือที่รู้จักกันว่า โกลด์โคสต์ (Gold Coast) และถ้าห่างจากเมืองบริสเบนไปทางเหนือประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นซันชายน์โคสต์ (Sunshine coast)ซึ่งมีชายหาดและที่พักเป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน

>>เกรทเบริเออรีฟทอดยาวอยู่นอกฝั่งทะเลของรัฐควีนสแลนด์ มีความยาวเกือบ 2000 กิโลเมตร ที่ประกอบไปด้วยปะการังนับพันทอดยาวเหยียดลงมาจากช่องแคบทอร์เร็สทางเหนือ ลงมาถึงแกลดสโตนทางใต้ และมีสิ่งมีชีวิตในทะเลอาศัยอยู่ 30,000 ชนิด

อากาศ – รัฐควีนสแลนด์ตั้งอยู่ในเขตอากาศแบบกึ่งเขตร้อน

ฤดูร้อน - ฤดูร้อนจะมีแสงแดดเกือบตลอดปี และมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 20-30 องศาเซลเซียส (68-86 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – สำหรับฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 9-20 องศาเซลเซียส (48-68 องศาฟาเรนไฮท์)

 ออสเตรเลียใต้ - เอส.เอ. (South Australia - SA)
>>เมืองอะดิเลด คือ เมืองหลวงของออสเตรเลียตอนใต้ เป็นเมืองที่รู้จักกันในฐานะของเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรม เนื่องจากมีบรรยากาศของโลกเก่า เต็มไปด้วยอาคารที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรม ที่ทำให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ในอดีตกาลของบ้านเมือง และยังรวมไปถึงความงดงามทางธรรมชาติ ทั้งหุบเขาน้อยใหญ่ และชายหาด ที่อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียงครึ่งชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อท่านขึ้นไปทางเหนือของอะดิเลดเพียงหนึ่งชั่วโมง ท่านจะสามารถสัมผัสถึงความอุดมสมบูรณ์และพรั่งพร้อมไปด้วยธรรมชาติของหุบเขา Barossa ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล้าองุ่นได้มากกว่าร้อยละ 30 ของเหล้าองุ่นของออสเตรเลียทั้งหมด จำนวน 445 ล้านลิตร และลึกเข้าไปภายในผืนแผ่นดินของเมืองเองก็ยังมีทะเลสาบถึง 3 แห่ง คือ ทะเลสาป Eyrie ทะเลสาป Gardiner และทะเลสาป Torrens ตลอดจนธรรมชาติอย่างแม่น้ำ Murray และแนวภูเขา Mount Lofty
อากาศ – อะดิเลดมีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน

ฤดูร้อน – ร้อนแห้งและฤดูใบไม้ผลิอากาศปานกลางไม่หนาวไม่ร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 16-30 องศาเซลเซียส (60-86 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ร่วงอากาศปานกลางไม่หนาวไม่ร้อนและเย็น ฤดูหนาวฝนตก อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 7-15 องศาเซลเซียส (45-59 องศาฟาเรนไฮท์)
 มณฑลตอนเหนือ - เอ็นที (Northern Territory - NT)

http://www.nt.gov.au/
>>พื้นที่มณฑลตอนเหนือมีอาณาเขตเท่ากับหนึ่งในห้าของทวีป มีบริเวณชนบทเรียกว่า "เอ้าท์แบ็ค" พื้นที่นี้ประกอบไปด้วยพื้นที่ส่วนที่เป็นหินไปจนถึงหุบผาใหญ่ เนินทรายขนาดใหญ่ที่ถูกพายุพัดพามา ทะเลสาบขนาดลึกและใหญ่ แม่น้ำที่เชี่ยวกราก ช่องแคบระหว่างเขาขนาดใหญ่ และหน้าผาที่สูงชัน เมืองดาร์วินเป็นเมืองหลวงแห่งมณฑลตอนเหนือ เป็นเมืองที่ค่อนข้างสงบและสบายๆ ท่ามกลางศูนย์เทคโนโลยีสมัยใหม่

>>ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนีกินี และสิงคโปร์ ดาร์วินจึงเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันรวมกันอยู่ มีทั้งตลาดนัด ร้านขายอาหารริมทาง และงานฉลองในเมืองต่างๆตลอดปี

>>ณ เกือบจุดศูนย์กลางของรัฐจะเป็น เมือง Alice springs อันขึ้นชื่อ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับนักท่องเที่ยวในการไปชมความยิ่งใหญ่ของ Ayres Rock (หินก้อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก) รวมทั้งความใหญ่โตหรูหราของ Olgas และพื้นที่รอบๆ

อากาศ – ลึกเข้าไปในแผ่นดินของมณฑลตอนเหนือจะมีฤดูร้อนที่ร้อนจัดมากและมีฝนตก ส่วนบริเวณชายฝั่งทะเลจะอยู่ในลักษณะเขตร้อน

ฤดูร้อน – ฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 25-35 องศาเซลเซียส (77-95 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – ฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 19-30 องศาเซลเซียส (66-86 องศาฟาเรนไฮท์)

 รัฐออสเตรเลียตะวันตก - ดับบลิวเอ (Western Australia)
>>รัฐออสเตรเลียตะวันตกเป็นรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศออสเตรเลีย (มีพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของประเทศ) มีประชากรเพียงประมาณหนึ่งในสิบสองของจำนวนประชากรทั้งหมด เป็นรัฐที่มีการทำเหมืองแร่เป็นอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งสามารถทำรายได้เป็นหนึ่งในสี่ของประเทศ

>>เมืองเพิร์ธเป็นเมืองหลวงของรัฐออสเตรเลีย ตะวันตก อยู่ห่างจากอะดิเลดเป็นระยะทาง 2,000 กิโลเมตร และนับว่าเป็นเมืองหลวงที่อยู่ใกล้กับประเทศเพื่อนบ้านทางด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า เมืองใหญ่อื่นๆในประเทศออสเตรเลียเอง
อากาศ – รัฐออสเตรเลียตะวันตกมีสภาพภูมิอากาศต่างๆกันในเวลาเดียวกัน กล่าวคือ ในขณะที่ทางตอนเหนือของรัฐมีอากาศอบอุ่นและแห้ง ทางตอนใต้ของรัฐจะเย็นและมีฝนตก

ฤดูร้อน – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 17-29 องศาเซลเซียส (63-84 องศาฟาเรนไฮท์)

ฤดูหนาว – อุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่ 8-17 องศาเซลเซียส (46-63 องศาฟาเรนไฮท์)
 ประวัติศาสตร์ประเทศออสเตรเลีย
>>ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่มีขนบธรรมเนียมและประเพณีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ดังจะเห็นได้จากการค้นพบแหล่งต่างๆซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในดินแดนแห่งนี้มาช้านานเป็นเวลาถึง 40,000 ปี

และจากการค้นพบทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ได้พบศิลปะบนก้อนหิน (rock art) ที่คาดว่ามีอายุเก่าแก่ถึง175,000 ปี จากที่เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย จึงมีประเพณีอย่างหนึ่งที่อธิบายถึงความผูกพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพวกเขาและแผ่นดินที่อาศัย และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าถึงช่วงเวลาแห่งความฝัน(ดรีมไทม์) ที่เต็มไปด้วยนิทานเกี่ยวกับการสรรค์สร้าง


  การตั้งถิ่นฐาน


>>
เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2331 ชาวยุโรปเข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ เมืองพอร์ตแจ็คสัน ซึ่งกลายมาเป็นซิดนีย์ ในปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ออสเตรเลียมีประชากร 19 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่ย้ายถิ่นเพื่อมาตั้งรกรากจากประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งสิบประเทศต้นๆของผู้ย้ายถิ่นฐานเหล่านี้มาจากทวีปเอเชีย


 การเมืองและการปกครอง
>>ออสเตรเลียเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การอภิปรายโต้ตอบกัน เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทางการเมือง และชาวออสเตรเลียจะกระตือรือร้นในการแสดงความคิดเห็นเรื่องการเมืองและประเด็นสำคัญที่เป็นข้อโต้แย้งต่างๆ ชาวออสเตรเลียทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปจะต้องใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และระดับสหพันธรัฐ
รัฐบาลของออสเตรเลียแบ่งออกได้เป็นสามระดับคือ
>>>รัฐบาลคอมมอนเวลธ์หรือรัฐบาลสหพันธรัฐนายกรัฐมนตรี (Prime Minister) เป็นผู้นำ
รัฐบาลสหพันธรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบกิจการระดับประเทศ อาทิเช่น ด้านกลาโหม การพาณิชย์ การต่างประเทศและการโทรคมนาคม
>>>รัฐบาลประจำรัฐต่างๆ มีนายกรัฐมนตรีประจำรัฐ (Premiers) เป็นผู้นำ
รัฐบาลของแต่ละรัฐจะดำเนินกิจกรรมต่างๆตามนโยบายของรัฐบาลสหพันธรัฐให้สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา สวัสดิการสังคม และการบังคับใช้กฎหมาย
>>>รัฐบาลท้องถิ่นบริหารโดยคณะเทศมนตรีที่ได้รับการเลือกตั้งภายในท้องถิ่น(Councillors)
รัฐบาลท้องถิ่นมีหน้าที่ดูแลกิจกรรมในชุมชนต่างๆ เช่น การวางผังเมือง เทศบัญญัติการก่อสร้างอาคาร และการกำจัดของเสีย
>>ระบบรัฐสภาเป็นไปตามระบบเว็สมินเตอร์ของอังกฤษ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามระบบกฎหมาย common law ของออสเตรเลีย ออสเตรเลียเฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีของการเป็นคอมมอนเวลธ์หรือสหพันธรัฐ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2544 โดยมีรัฐบาลสหพันธรัฐซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ปกครองประเทศตามระบอบราชาธิปไตยภายใต้กฎหมาย ปัจจุบันสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบ็ธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักรอังกฤษทรงดำรงตำแหน่งพระราชินีแห่งออสเตรเลีย โดยมีผู้แทนพระองค์ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ในประเทศออสเตรเลีย

>>ในปีพ.ศ. 2542 ได้มีการอภิปรายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเรื่องประเทศออสเตรเลียควรจะเป็นสาธารณรัฐ หรือควรคงความเป็นประเทศระบบประชาธิปไตยซึ่งมีกษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ ก่อนที่จะมีการหยั่งเสียงประชาพิจารณ์ทั่วประเทศ ซึ่งชาวออสเตรเลียส่วนมากลงคะแนนออกเสียงให้คงไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบราชาธิปไตยภายใต้กฎหมาย

 ระบบการศึกษา
>>การจัดการศึกษาเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐแต่ละรัฐ ดังนั้นระบบการศึกษาในแต่ละรัฐจึงอาจมีมาตรฐานและกฎเกณฑ์แตกต่างกันปบ้าง โดยทั่วไปจะแบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับคือ อนุบาลศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ อุดมศึกษา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่ประถมปีที่ 1 ถึงปีที่ 10
(Year 1 - 10) หรือระหว่างอายุ 6 - 15 ปี แต่นักเรียนส่วนใหญ่จะเรียนต่อ Year 11, 12 เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิค และการศึกษาต่อเนื่อง (Technical and Further Education) ซึ่งเรียกโดยย่อว่า TAFE ผลการเรียนในระดับ Year 11, 12 นี้มีความสำคัญมากต่อการเลือกอันดับมหาวิทยาลัยและสาขาวิชา เนื่องจากไม่มีระบบการสอบเข้าที่เรียกว่า Entrance Examination
การศึกษาทั้ง 4 ระดับ มีรายละเอียดดังนี้
+ ระดับอนุบาล (Pre-School)
เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 3 ขวบ ถึง 5 ขวบ เป็นการศึกษาไม่บังคับ เน้นการเตรียมเด็กให้มีพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญาและสังคม
+ ระดับประถมศึกษา (Primary School)
มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี จาก Year 1 ถึง Year 6 วิชาที่สอนในระดับนี้ได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ ดนตรี และสุขศึกษา โดยมีวิชาศีลธรรม และศาสนาเป็นวิชาเลือก
 
+ ระดับมัธยมศึกษา (Secondary School)
มีระยะเวลาศึกษา 6 ปี แบ่งเป็น
 
มัธยมต้น (Junior Secondary) จาก Year 7 ถึง Year 10 เมื่อนักเรียนจบการศึกษาในระดับนี้แล้วก็สามารถออกไปสู่ตลาดแรงงาน ทำงานหรือฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือกิจการในภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ หรืออาจศึกษาต่อหลักสูตรระยะสั้นใน TAFE ได้
มัธยมปลาย (Senior Secondary) คือ Year 11 และ 12 เป็นการศึกษาเพื่อเตรียมเข้าศึกษาในระดัหบอุดมศึกษา วิชาในระดับมัธยมปลาย ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วรรณคดีอังกฤษ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ กฎหมาย คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร เป็นต้น โดยทั่วไปนักเรียนจะเลือกเรียนสี่หรือห้าวิชาหลัก ซึ่งเป็นวิชาที่สัมพันธ์กับสาขาวิชาในระดับ อุดมศึกษา และเลือกอีกหนึ่งหรือสองหวิชาเป็นวิชาเลือก นักเรียนเมื่อจบการศึกษาระดับนี้แล้ว จะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา (High School Certificate)
+ ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
เป็นการศึกษาวิชาเพื่อประกอบอาชีพในสาขาต่าง ๆ โดยมีระยะเวลาศึกษา 2 ปีขั้นไปตามลำดับ จนถึงการศึกษาขั้นปริญญาเอกในมหาวิทยาลัย ผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับนี้จะได้รับวุฒิต่าง ๆ กันดังนี้
อนุปริญญา (Diploma) มีหลักสูตร 2 ปี ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการเรียน ดีอาจสมัครเข้าศึกษาในชั้นปีที่ 2 ของปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยได้
ปริญญาตรี(Bachelor's Degree) หลักสูตรปริญญาตรีทางมนุษยศาสตร์โดยทั่วไป จะมีระยะเวลา 3 ปี ปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ จะมีระยะเวลาศึกษา 4 ปี หลักสูตรทันตแพทย์ หรือสัตวแพทย์ จะมีระยะเวลาศึกษา 5 ปี และถ้าเป็นหลักสูตรแพทยศาสตร์ จะใช้เวลาศึกษา 6 ปี
ประกาศนียบัตรชั้นสูง หรืออนุปริญญาโท (Post Graduate Diplomas or Graduate Diplomas) มีระยะเวลาศึกษา 1 ปี หลังปริญญาตรี ส่วนมากจะเป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมผู้เข้าศึกษาที่มีพื้นฐานในระดับปริญญาตรีที่ต่างสาขา ก่อนเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทตามปกติ
ปริญญาโท (Master's Degree) มีระยะเวลาศึกษา 1 - 2 ปี แล้วแต่สาขา และสถาบันการศึกษาที่จัด โครงการศึกษาระดับปริญญาโทของ ออสเตรเลียมี 2 แบบคือ
  Master Degree By Coursework กำหนดรายวิชาให้ศึกษาในชั้นเรียนแล้วมีการสอบไล่และวิทยานิพนธ์
  Master Degree By Research ไม่มีชั้นเรียนมีแต่การวิจัย, การเสนอผลการวิจัย และการสอบ Comprehensive Exam.
ปริญญาเอก (Doctoral Degree) มีระยะเวลาศึกษาประมาณ 3 ปีขึ้นไป แล้วแต่ความสามารถของนักเรียนแต่ละคน ทั้งนี้ เพราะการศึกษาขั้นปริญญาเอกของออสเตรเลียเป็นโครงการวิจัย (By Research) เพียงประการเดียว

 AQF Qualification by Sector of Accreditation

Schools Sector AccreditationVocational Education and Training Sector AccreditationHigher Education Sector Accreditation
>>Doctoral Degree
>>Masters Degree
>Vocational Graduate DiplomaGraduate Diploma
>Vocational Graduate CertificateGraduate Certificate
>>Bachelor Degree
>Advanced DiplomaAssociate Degree, Advanced Diploma
>DiplomaDiploma
Senior SecondaryCertificate IV>
Certificate of EducationCertificate III>
>Certificate II>
>Certificate I>
 ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยต่อปี

หลักสูตรค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ย (เหรียญออสเตรเลีย)
ภาษาอังกฤษ3,500 – 13,500
ประถมศึกษา5,000 – 11,000
มัธยมศึกษา6,000 – 13,000
อาชีวศึกษา5,500 – 18,000
การศึกษาขั้นพื้นฐาน9,000 – 14,000
ปริญญาตรี10,000 – 13,500
ปริญญาตรีที่ใช้ห้องปฎิบัติการ11,000 – 16,500
ประกาศนียบัตรบัณฑิตหรืออนุปริญญาโท9,000 – 16,000
ปริญญาโท9,000 – 16,000
ปริญญาเอก11,000 – 18,500