| |
 |
::
:: |
|
ประเทศสหรัฐอเมริกา
เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ประกอบไปด้วยรัฐต่างๆ
50 รัฐ และ1 เขตการปกครอง คือ Washington D.C. ประเทศสหรัฐอเมริกามีเนื้อที่โดยรวมประมาณ
3,787,319 ตารางไมล์ หรือประมาณ 18 เท่าของขนาดพื้นที่ประเทศไทย และมีประชากรโดยรวมประมาณ
281 ล้านคน (ปี ค.ศ. 2000) | |
| |
| ภูมิประเทศ |
| | >>>ประเทศสหรัฐอเมริกานับเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในเรื่องของภูมิประเทศ
คือมีทั้งป่าดง ทะเลทราย ภูเขา ที่ราบสูงและที่ลุ่ม สหรัฐอเมริกามีผืนแผ่นดินใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่ของรัฐที่ติดต่อกันรวม
48 รัฐ และ Washington D.C. โดยมีรัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศแคนาดา
และรัฐ Hawaii ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค ห่างจากแผ่นดินใหญ่ประมาณ 3,200 กิโลเมตร
- ทิศเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกาติดกับประเทศแคนาดา
- ทิศใต้ติดกับประเทศแม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก
- ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค
- ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค
การเดินทางจากฝั่งตะวันออกมาฝั่งตะวันตก
ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงโดยเครื่องบิน (ประมาณ 4,500 กิโลเมตร) |
| ด้วยความที่เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่มาก
จึงได้มีการจัดแบ่งรัฐต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาออกเป็นภูมิภาคต่างๆ ตามลักษณะภูมิประเทศดังนี้
-
New England: ครอบคลุมพื้นที่ของรัฐ Maine, New Hampshire, Vermont, Massachusetts,
Connecticut และ Rhode Island
- The
Middle Atlantic: ครอบคลุมพื้นที่ของรัฐ New York, New Jersey, Pennsylvania, Delaware
และ Maryland
-
The South: ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ของรัฐ Virginia ลงไปทางใต้จนถึงFlorida และไปทางตะวันตกจนถึง
Texas ตอนกลาง รัฐที่อยู่ในภูมิภาคนี้รวมถึง West Virginia, Kentucky, Tennessee,
North Carolina, South Carolina, Georgia, Alabama, Mississippi, Arkansas, Louisiana
และส่วนหนึ่งของ Missouri และ Oklahoma
-
The Midwest: ครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่ของรัฐ Ohio จนถึง Nebraska และรวมถึง Michigan,
Indiana, Wisconsin, Illinois, Minnesota, Iowa, parts of Missouri, North Dakota,
South Dakota, Kansas และ Colorado ด้านตะวันออก
-
The Southwest: ครอบคลุมพื้นที่ในส่วนของรัฐ Texas ด้านตะวันตก ส่วนหนึ่งของ Oklahoma,
New Mexico, Arizona, Nevada และทางตอนใต้ของรัฐ California
-
The West: ครอบคลุมพื้นที่ของรัฐ Colorado, Wyoming, Montana, Utah, California,
Nevada, Idaho, Oregon, Washington, Alaska และ Hawaii
|
| |
|  ภูมิอากาศและฤดูกาล |
| >>>คุณสามารถพบกับสภาพอากาศทุกรูปแบบได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตั้งแต่บรรยากาศแบบขั้วโลก ซึ่งหนาวติดลบ 40 องศา จนถึงบรรยากาศที่ร้อนเหมือนทะเลทราย
45 องศา นอกจากนี้แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีภาวะน้ำท่วมเหมือนบ้านเราในบางครั้ง
และยิ่งกว่านั้นอาจมีหิมะถล่ม พายุทอร์นาโด ไฟป่า และแผ่นดินไหวในบางส่วนของประเทศ
ในบางช่วงเวลา >>>ส่วนแถบตอนกลางของประเทศ
มีอากาศในฤดูร้อนและฤดูหนาวแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยจะมีอากาศหนาวที่สุดช่วงเดือนมกราคม
และร้อนที่สุดในช่วงเดือนกรกฎาคม ส่วนแถบตะวันออก อากาศในฤดูร้อนกับฤดูหนาวจะต่างกันอย่างไม่ชัดเจนเท่าใดนัก
ในส่วนแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อากาศในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
ส่วนด้านแถบตะวันตก อากาศในฤดูหนาวจะไม่เย็นจัดนักคล้ายกับฤดูใบไม้ผลิ แต่ในฤดูร้อนอากาศอาจสูงเท่ากับแถบเส้นศูนย์สูตร |
 |
ข้อสังเกตเกี่ยวกับฤดูต่าง
ๆ ของประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถรวบรวมสรุปได้ดังนี้
- ฤดูร้อน: อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน
- สิงหาคม
-
ฤดูใบไม้ร่วง: อยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน
-
ฤดูหนาว: อยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์
-
ฤดูใบไม้ผลิ: อยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม
|
 |
|
|  ระบบการศึกษาทั่วไป |
| >>>นักเรียนอเมริกันส่วนใหญ่เข้าเรียนเป็นเวลา
12 ปี ซึ่งรวมถึงการเรียนในระดับประถมศึกษา (Primary School) และมัธยมศึกษา (Secondary
School) นักเรียนสามารถใช้วุฒิการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (High School Diploma/Certificate)
ในการเข้าศึกษาต่อวิทยาลัย (College) มหาวิทยาลัย (University) สถาบันสายอาชีพ (Vocational
School) สถาบันสายเลขานุการ (Secretarial School) และสถาบันการศึกษาด้านวิชาชีพชั้นสูง
(Professional Schools) อื่นๆได้ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
(Primary and Secondary School)
>>>เรียนในระดับประถมศึกษาประมาณ 5-6
ปี หลังจากนั้นจึงเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งประกอบด้วยการเรียนในช่วงแรก
3 ปีและต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก 3 ปี หรือแบบช่วงแรก 3 ปี และต่ออีกช่วงเป็นเวลาอีก
4 ปี ระบบการเรียนแบบนี้ เรียกว่า "Middle School" หรือ "Junior High
School" และ "Senior High School" (โดยทั่วไปมักใช้คำเรียกโดยรวมว่า
"High School") ในระบบการศึกษาอเมริกัน จะใช้คำเรียกการศึกษาจำนวน 12 ปีนี้โดยจัดแบ่งเป็นปีหรือ
Grade ดังนั้น จึงเรียกระดับการเรียนนี้เป็น ปี 1 - ปี 12 (Grade 1-Grade 12) ระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา
(Higher Education)
>>>เมื่อเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือ
Grade 12 แล้ว นักศึกษาอเมริกันสามารถเข้าศึกษาต่อกับวิทยาลัย (College) หรือมหาวิทยาลัย
(University) ได้ การศึกษาในระดับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย เป็นที่รู้กันภายใต้คำว่า
"Higher Education" เมื่อเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาของประเทศไทย วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่
6 จะเทียบเท่ากับ Grade 12 ดังนั้น นักศึกษาไทยที่ต้องการไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
จึงไม่จำเป็นต้องเรียนในหลักสูตรอื่นเพิ่มเติม เพื่อปรับวุฒิให้เทียบเท่ากับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของอเมริกัน
การศึกษากับวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้รับวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาตรี
เรียกกันว่า "Undergraduate" สำหรับการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี
เรียกกันว่า "Graduate" หรือ "Postgraduate" หลักสูตรในระดับนี้รวมถึงการศึกษาด้านกฎหมาย
แพทย์ศาสตร์ MBA และปริญญาเอก (Ph.D.-doctorate) ด้วย ระดับปริญญาตรี
(Undergraduate or College Years)
>>>นักศึกษาอเมริกันโดยทั่วไป มักเลือกเรียนในวิชาต่างๆ
ที่ค่อนข้างมีความหลากหลายในช่วงระดับปริญญาตรี นักศึกษาส่วนมากจะยังไม่เน้นในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งโดยเฉพาะ
จนกระทั่งเข้าศึกษาต่อในระดับสูงกว่าปริญญาตรี ระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Postgraduate
or Graduate Education) ปริญญาโท-Master's Degree:
>>>การศึกษาในระดับนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเรียนเฉพาะเจาะจงในสาขาวิชาต่างๆ
เช่น Library Science, Engineering หรือ Social Work นอกจากนี้ หลักสูตร MBA ก็เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยมโดยมีระยะเวลาศึกษา
2 ปี หลักสูตรปริญญาโทบางหลักสูตรอาจมีระยะเวลาเพียง 1 ปี เช่น หลักสูตรด้าน Journalism
สำหรับหลักสูตรปริญญาโทด้านวิชาการ นักศึกษาสามารถเลือกเรียนในสาขาวิชาต่างๆ ได้
อาทิเช่น History และ Philosophy การศึกษาในหลักสูตรปริญญาโท จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเข้าชั้นเรียน
นอกจากนี้ นักศึกษามักต้องเตรียมเขียนงานวิจัยด้วยส่วนหนึ่ง หรือ "Master's
Thesis" ปริญญาเอก-Doctorate
(Ph.D.)
>>>สำหรับบางสถาบัน
นักศึกษาอาจเตรียมตัวเพื่อการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเริ่มต้นการศึกษาในระดับปริญญาโทก่อน
ระยะเวลาของหลักสูตร คือ 3 ปีหรือมากกว่า แต่สำหรับนักศึกษาต่างชาติ อาจต้องใช้เวลาในการศึกษาถึง
5-6 ปี สำหรับการศึกษาในช่วง 2 ปีแรก นักศึกษาส่วนใหญ่จะลงทะเบียนเพื่อการเข้าชั้นเรียนและร่วมสัมมนาต่างๆ
หลังจากนั้น จะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ปีในการทำงานวิจัยของตนเอง และเขียนวิทยานิพนธ์
โดยที่งานเขียนนี้ จะต้องประกอบไปด้วยการแสดงความคิดเห็น การออกแบบ และการเขียนงานวิจัยที่ยังไม่เคยมีการทำมาก่อน
| |  |
|
|  การจัดแบ่งการใช้เวลา |
เนื่องจากความเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่มาก จึงมีการจัดแบ่งการใช้เวลาออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ
และใช้เวลาที่แตกต่างกันดังนี้ ส่วนภาคตะวันออก
หรือ Eastern Time Zone (EST)
>>>จะมีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ
12 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน จะมีการปรับเลื่อนเวลาในช่วงฤดูร้อนอีก
1 ชั่วโมงหรือ Daylight Saving Time ซึ่งจะมีผลทำให้เวลาของอเมริกาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเป็น
13 ชั่วโมง เมืองสำคัญที่อยู่ในเขต EST คือ Boston, New York, Washington D.C., Miami
และ Cleveland ส่วนตอนกลางของประเทศ
หรือ Central Time Zone
>>>จะมีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ
13 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time ซึ่งจะมีผลทำให้เวลาของอเมริกาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเป็น
14 ชั่วโมง เมืองสำคัญที่อยู่ในเขตนี้คือ Chicago และ New Qrleans ส่วนเขตแถบภูเขา
หรือ Mountain Time Zone
>>>จะมีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ
14 ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน จะมีการปรับ Daylight Saving Time ซึ่งจะมีผลทำให้เวลาของอเมริกาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเป็น
15 ชั่วโมง เมืองสำคัญที่อยู่ในเขตนี้คือ Denver และ Phoenix ส่วนพื้นที่ในย่านมหาสมุทรแปซิฟิค
หรือ Pacific Time Zone
>>>จะมีเวลาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเท่ากับ15
ชั่วโมง แต่ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน มีการปรับ Daylight Saving Time ซึ่งจะมีผลทำให้เวลาของอเมริกาช้ากว่าเวลาในประเทศไทยเป็น
16 ชั่วโมง เมืองสำคัญที่อยู่ในเขตนี้คือ San Francisco, Seattle และ Hawaii *
Day light Saving
คือการปรับเวลาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งจะมีการหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาเดินหน้าเร็วขึ้น
1 ชั่วโมง โดยจะปรับเวลาในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม และเมื่อถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ก็จะหมุนเข็มนาฬิกาให้ถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะเริ่มปรับเวลาในวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน >>>การจัดแบ่งในเรื่องของเวลาไม่ได้ใช้กฎเกณฑ์เกี่ยวกับของเขตดินแดนของรัฐเท่านั้น
แต่จะพิจารณาจัดแบ่งตามหลักของภูมิประเทศ ดังนั้น จึงไม่สามารถจัดกลุ่มอาณาเขตของรัฐที่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้เวลาได้
บางรัฐอาจมีการใช้เวลาแตกต่างกันไปในพื้นที่ต่างกัน เนื่องจากมีเส้นแบ่งส่วนของเวลาตัดผ่าน
เรื่องของเวลาที่มีการปรับเปลี่ยนนี้ จะมีผลอย่างยิ่งในเรื่องของการเดินทาง เนื่องจากตารางเวลาการเดินทางทุกชนิด
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน รถไฟ รถประจำทาง ฯลฯ จะอ้างอิงถึงเวลาท้องถิ่น (Local Time)
เสมอ 
|
|
| ค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา |
ค่าใช้จ่ายประจำเดือน
|
ปีละ | 14,400.00
| >
| (เดือนละ)
| (1,200.00)
| | ค่าเล่าเรียน
ตามที่จ่ายจริง | ปีละ
| 16,400.00 |
| ค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา
เหมาจ่าย | ปีละ
| 750.00
| | ค่าประกันสุขภาพ
ตามที่จ่ายจริง |
ปีละ | 600.00
| | ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
ตามที่จ่ายจริง |
ปีละ | 450.00 |
| เงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการดูแลนักเรียน
| ปีละ
| 180.00 |
| > | รวมปีละ
| 13,2480.00 |
| | ทั้งนี้
อัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือน เดือนละ 1,200.00 ดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น |
เงินติดตัว
|
250.00 | ดอลลาร์สหรัฐ
| | ค่าที่พัก |
500.00 | ดอลลาร์สหรัฐ
| | ค่าอาหาร
| 450.00 | ดอลลาร์สหรัฐ |
| รวม
| 1,200.00
| ดอลลาร์สหรัฐ |

|
| |
|